บริการด้านประกันชีวิตในอเมริกา
บริการด้านประกันชีวิตในอเมริกา

อยากเป็น Life Agent ต้องทำอย่างไรบ้าง

Life agent

อยากเป็น Life agent ต้องทำอย่างไรบ้าง

การทำงานใน Life insurance industry เป็นงานที่น่าสนใจมากๆ อย่างหนึ่งค่ะ มันต้องใช้ความสามารถเพราะงานมีความท้าทายในตัวอยู่แล้ว อาชีพเราเป็นอาชีพที่ทำให้คนอื่นมั่นคง ปลอดภัย ฉะนั้น คนทำงานในด้านนี้ต้องยินดี และเต็มใจบริการ ให้ข้อมูลความรู้กับลูกค้าได้อย่างแจ่มแจ้ง รู้สึกสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ

แต่ก่อนที่จะไปสู่เนื้อหา ต้องบอกก่อนค่ะว่า requirement อย่างแรกในการขอ professional license นั้นต้องถือ Green card หรือต้องเป็น American Citizen ค่ะ และต้องขอออกตัวแรงๆ ก่อนนะคะว่า Admin อยู่ California บทความนี้จะเน้นหนักการสมัครเป็น independent life agent หากเป็น captive agent เหรอองค์กรเน็ตเวิร์คอื่นๆ อาจจะมีระเบียบการแตกต่างกันไปค่ะ และที่สำคัญต้องไม่ลืมนะคะว่า life insurance ได้ถูกควบคุมดูแลหรือ regulate ในระดับชั้นของ State เพราะฉะนั้น แต่ละ State อาจจะมี requirement และมีค่าใช้จ่ายในการ process ไม่เท่ากัน เช่น ค่าใบอนุญาติ(license) ค่าพิมพ์ลายนิ้วมือ เป็นต้น สามารถเช็คได้ที่เว็บไวด์ของ Department of insurance ของรัฐที่เราอยู่ได้ค่ะ เอาหละคะ ออกนอกเรื่องไปเยอะแล้ว มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าหากอยากเป็น life agent ต้องทำอย่างไรบ้าง มีกระบวนและขั้นตอนอย่างไร
 

สำหรับ  CALIFORNIA  มีขั้นตอนสำคัญดังต่อไปนี้

  1. แนะนำว่าควรมี agency ที่เราจะ appoint ด้วยก่อน ส่วนตัวแล้วมีตรงนี้ก่อนค่ะ เพราะต้องมั่นใจก่อนว่าเราจะมีคนเทรนฝีมือดี มี agency คอยดูแล ที่สำคัญคือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการสมัคร
  2. จากนั้นก็ลงทะเบียนเรียน pre-licensing courses ออนไลน์ค่ะ จากเว็บไซด์มาตราฐานสากล ส่วนมากจะใช้ของ Prelicensetraining ค่ะ ในการกรอกข้อมูลนั้นทางเว็บไซด์ต้องการข้อมูลจริง รวมทั้ง SSN ของผู้เข้าเรียน เนื่องจากว่าเป็น requirement จาก Department of Insurance ว่าต้องนับเวลาที่เรานั่งเรียน นั่งศึกษา ให้ครบตามชั่วโมงที่กำหนด แล้วข้อมูลการเรียนจะถูกส่งไปยัง Department of Insurance หลังจากที่เราเรียนจบคอส เราถึงจะสามารถลงทะเบียนขอสอบ License ได้
    • สำหรับคนที่ต้องการเป็น Life agent ที่สามารถขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตพร้อมกับ Long-term care ได้นั้น ต้องเรียน Life agent course,  Accident and Health Ethic code รวมแล้ว 52 ชั่วโมงสำหรับ fundamental โดยแบ่งเป็น
      • Ethic code 12 ชั่วโมง
      • Life 20 ชั่วโมง
      • Accident & Health 20 ชั่วโมง
        ข้อมูลชั่วโมงการเรียน อ้างอิงจาก California Department of Insurance
  3. ลงทะเบียนสอบ License คุณสามารถลงทะเบียนสอบได้จากสองแหล่งคือ PSI หรือ CDI สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมในลงทะเบียนสอบได้จาก California Department of Insurance  PSI ค่าลงทะเบียนสอบจะแพงกว่าหน่อยค่ะ แต่จะมีสถานที่ให้เลือกสอบได้มากกว่า
  4. หากทำการสอบผ่านแล้ว ทาง Department of Insurance ก็จะขอทำการตรวจสอบประวัติ Finger print ทั้งสิบนิ้ว ว่าเราไม่มีประวัติอาชญากรรม หรือทำผิดร้ายแรงมาก่อน
  5. จากนั้นก็รอค่ะ ว่า License เรา approved หรือยัง ระยะเวลาในการรอนั้นก็จะไม่เหมือนกันสำหรับคนที่เป็น citizenship ก็อาจจะวัยหน่อย (จากประสบการณ์ตรงและรอบข้าง) รอประมาณ 3-4 สัปดาห์ ส่วนคนที่ถือใบเขียวหรือ Green card ก็อาจจะต้องรอนานหน่อยที่สำคัญ ต้องส่งหลักฐาน prove of citizenship เช่น copied ของ Green card ให้ Department of Insurance ด้วยค่ะ
  6. หลังจาก license approved แล้วก็ทำการลงทะเบียนเป็น Resident license สำหรับคนที่เป็นพลเมืองในรัฐนั้นๆ (คนที่มี license แล้วสามารถลงทะเบียนเป็น non-resident license ได้ในกรณีที่ต้องการขายผลิตภัณฑ์ในรัฐอื่น) ลงทะเบียน Life agent ออนไลน์ได้ที่ Department of Insurance Flash online applicationเมื่อจ่ายค่าธรรมเนียมเสร็จ CDI ก็จะส่ง receipt ให้ทางอีเมลล์ค่ะ
  7. ลงทะเบียนเรียนออนไลน์  Long term care course อีก 8 ชั่วโมง เพื่อเก็บ certificate บริษัทประกันมี requirement ว่า agent จะขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตกับ long term care  จะต้องมี Health line และ life line license รวมถึงต้องมี Long-term care certificate ด้วย สามารถหา course เรียน online ได้ที่นี่ค่ะ
  8. ลงทะเบียนเรียนออนไลน์ Annuity (ประกันชีวิตแบบกันอยู่ยืน) 8 ชั่วโมง หากคุณต้องการขายผลิตภัณฑ์ชีวิตประเภทนี้ แนะนำว่าควรมีนะคะ สามารถหา course เรียน online ได้ที่นี่ค่ะ
  9. ส่งเอกสาร certificate ทุกอย่างให้กับทาง agency จากนั้น ทาง agency จะทำการ appoint เรากับบริษัทประกันต่างๆ
  10. ซื้อประกัน E & O หรือ Error and Omission insurance เพื่อคุ้มครองตัวเราเอง ทุนประกันเริ่สต้น $1,000,000 สำหรับ agent มือใหม่ ที่มีการขายได้ไม่มาก แต่ค่า premium ก็ไม่แพงคะ ถูกกว่าประกันรถยนต์มหาศาล แบ่งจ่ายได้เหมือนประกันรถยนต์ เพราะหากไม่มีประกัน E&O บริษัทประกันจะไม่รับค่ะ

หลังจากที่เราลงทะเบียนกับทาง CDI แล้วตัวเราจะได้ National Insurance number ค่ะ เป็นหมายเลขที่ให้เฉพาะตัวเราเท่านั้นไม่ซ้ำกับใคร และจะแตกต่างกับ License number ต่อจากนั้นทางบริษัทประกันแต่ละบริษัทจะขอให้เราเรียน AML หรือ Anti-money Laundering ค่ะ ถึงจะสามารถขายผลิตภัณฑ์ได้

หากจะให้แนะนำแบบส่วนตัว นอกจากเราต้องเทรนเรื่องโปรดักเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนนำไปเสนอให้ลูกค้าแล้ว ยังต้องเรียนรู้เรื่องการเงินด้านอื่นๆ ประกอบเช่นกันคะ เช่น เรื่อง 401K , IRA หรือ qualified plan ตัวอื่น แม้แต่ด้านการลงทุน เหล่านี้ ประโยชน์มากๆ ในการแนะนำลูกค้าค่ะ

เห็นไหมคะ ว่ามันไม่ยากและก็ไม่ง่ายเลนในการทำงานใน Life insurance industry แต่เราต้องใส่ใจ และมั่งมั่นจริงๆ ค่ะกว่าจะได้มันมา ขอให้ทุกคนที่หวังจะทำงานในสายนี้ ประสบผลสำเร็จทุกคนค่ะ

Please follow and like us:

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

9 thoughts on “อยากเป็น Life Agent ต้องทำอย่างไรบ้าง”

Follow by Email
Facebook
YouTube
YouTube