ประกันชีวิต เดอะซีรี่ส์ ซื้อประกันชีวิตสะสมทรัพย์ที่ไทยหรืออเมริกาดี


Ep.1

ประกันชีวิต เดอะซีรี่ส์

ตอน ฉันเป็น resident ควรทำประกันชีวิตที่ไทยหรืออเมริกาดีนะ?

สำหรับคนไทยที่มีใบเขียว หรือเป็นอเมริกันซิติเซ่นแล้วเป็นคำถามที่เชื่อว่าหลายคนคาใจ วันนี้หยกมีคำตอบค่ะ ขอออกตัวแรงๆ เลยว่าการทำประกันชีวิตไม่ว่าในรูปแบบไหนหรือจากที่ไหนนั้นดีหมดค่ะ เพราะถือว่าเราได้ทำการป้องกันความเสี่ยงให้กับครอบครัวของเราแล้วหละอย่างแรก ไม่ได้มีเจตนาให้ against การทำประกันที่ไทย เจตนาคือ หยกอยากจะนำเสนอข้อมูลแก่คนไทยที่อยู่ในอเมริกาเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง ทางเลือกที่ท่านมีเท่านั้นเองค่ะ มาดูกันค่ะ ว่าความแตกต่างมีอะไรบ้าง

ประกันชีวิตในอเมริกา vs. ประกันชีวิตในไทย

1. ประกันชีวิตที่อเมริกา จ่ายเบี้ยถูกกว่าที่ไทย 5-6 เท่า เพราะค่าการประกันภัยหรือ COI ถูกกว่า

2. ประกันที่ไทยไม่เปิดกว้างสำหรับคนที่เป็นโรค โดยเฉพาะโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคมะเร็งบางชนิด และอื่นๆ แต่ที่อเมริกาจะมีบริษัทประกันที่หยกเรียกว่า โรค friendly เปิดรับผู้เอาประกันที่มีโรคประจำตัวค่ะ

3. ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ไทยมีจำกัดมาก ไม่สามารถทำประกันชีวิตแบบเก็บเงิน และสามารถคุ้มครองคุณตลอดชีวิตไปด้วยในเล่มเดียวกันได้ ถ้าจะเก็บเงินต้องทำแยกเล่มกัน จ่ายเบี้ยไปยาวนาน หากต้องการทำแบบเก็บเงิน ก็ต้องทำอีกเล่มแบบเป็นเทอมสะสมเงิน เช่น โครงการ 15/10 คือจ่ายเบี้ยสิบปี แล้วคุ้มครอง 15 ปี พอครบกำหนดโครงการ ได้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ย แต่เมื่อเอาเงินออกมาความคุ้มครองก็จะหมดตามสัญญา

4. ประกันชีวิตในไทยไม่มี Indexed Universal Life Insurance ประกันชีวิตแบบเก็บเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง(เฉลี่ยอยู่ที่ 13%-17% ) สามารถทำเป็นเงินเกษียณอายุได้แบบ tax-free income และยังสามารถคุ้มครองผู้เอาประกันจนกระทั่งเสียชีวิต( คุ้มครองจนถึง 120 ปี บางบริษัท คุ้มครองจนถึงอายุ 125 ปี)

  • เมืองไทยมีผลิตภัณฑ์ที่คล้ายๆ กัน มีชื่อว่า Unit linked ซึ่งจะคล้ายๆ กับ ผลิตในอเมริกาที่มีชื่อว่า Variable universal life ก็ตามชื่อค่ะ เงินเก็บไม่ safe เพราะไม่มี downside protection
  • IUL ในอเมริกา มี floor การันตีมูลค่าสะสม( accumulation value) ปลอดภัยจากความผันผวนของตลาดค่ะ
  • IUL นั้นลูกค้ากำหนดระยะเวลาที่จะรับเงินได้เองอีกด้วย สามารถรับเงินได้ยาวนาน

5. ประกันชีวิตแบบ IUL ทุนประกันเพิ่มขึ้นเองอัติโนมัติโดยที่ไม่มีการเพิ่มค่าการประกันภัย (COI)

6. ส่วนความมั่นคงของบริษัท เช็คได้ค่ะ rating ยังไง อเมริกามีให้ค้นหาได้หมด

7. ประกันชีวิตของอเมริกาเป็น Flexible premium คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเบี้ยประกันไปตลอดชีวิต (ยกเว้นคนที่ซื้อ whole life) สำหรับ Indexed Universal Life insurance หรือ IUL นั้น คุณอยากจ่ายกี่ปี จ่ายน้อยแต่จ่ายยาวๆ หลายปี หรือจ่ายสั้น 5-6 ปี ก็ทำได้เช่นกัน มันเลือกได้

8. ประกันชีวิตที่อเมริกา ไม่ได้มาพร้อมกับประกันสุขภาพ

9. หลายๆ บริษัทในอเมริกา หลังจากที่เราได้รับกรมธรรม์ เราสามารถ login เข้าไปดูกรมธรรม์รวมทั้งเงินเก็บของเราได้เอง เหมือน online banking ได้เลยค่ะ

10. ประกันชีวิตส่วนบุคคลที่อเมริกา ไม่สามารถนำมาเป็น tax deduction ได้ เพราะเงินที่ดึงออกมาใช้ ทำเป็น supplement retirement รวมถึง death benefit เป็น tax-free income อยู่แล้ว ไม่เหมือนประกันชีวิตที่ไทยที่นำมาหักภาษีได้

11. ประกันชีวิตอเมริกา สามารถกู้เงินจากรมธรรม์ แต่ยังได้เงินปันผลจากมูลค่าสะสม (accumulation value)

12. ประกันชีวิตอเมริกา เงินที่กู้ออกมาจากกรมธรรม์ไม่ต้องดอกเบี้ย หรือคืนเงิน จนกว่าผู้เอาประกัน(insured) จะเสียชีวิตโดยหักออกจากยอดทุนประกัน

13. เคลมง่าย รวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก

พอได้ไอเดียแล้วใช่ไหมคะ ว่าความแตกต่างของประกันชีวิตที่ไทยกับของอเมริกามีอะไรบ้าง หากท่านใดสนใจจะศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ก็ติดต่อสอบกับ agent ที่ท่านรู้จักได้เลยค่ะ อย่าลืมว่าแต่ละโปรดักมี features ที่แตกต่างกันไป และแต่ละคนก็มีความต้องการไม่เหมือนกัน ลองดูนะคะ หรือหากใครอยากฝากคำถามไว้ข้างใต้ก็ทำได้เลยค่ะ ยินตอบทุกคำถาม

Please follow and like us:

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.