Tax Free Income with IUL


Tax free income

Tax Free Income with IUL

Tax คำๆ นี้ได้ยินทีไรก็เจ็บปวดทุกครั้ง เมื่อนึกถึงตอนที่เราต้องจ่ายภาษีทุกๆ ปี ยิ่งถ้าใครที่มี income สูงๆ แล้วหละก็จะเข้าใจหัวอกกันได้ดี จะดีกว่าไหม หากเราสามารถ convert เงินส่วนหนึ่งของเราไว้ในการออมที่สามารถนำออกมาใช้แบบไม่ต้องจ่ายภาษีจะดีแค่ไหน น่าสนใจใช่ไหมคะ หากต้องการใช้เงินให้คุ้มทุกเม็ด ดูทางนี้เลยค่ะ การทำ Tax free income ด้วย IUL หากใครยังไม่เข้าใจว่า IUL หรือ Indexed Universal life insurance คืออะไร แนะนำอ่านหัวข้อนี้ก่อนนะคะ Indexed Universal life insurance

ส่วนมากเราหลายคนทราบดีว่าเงินที่ได้จากการเสียชีวิตไม่ว่าจะจาก policy ประเภทใดเป็นเงินที่ไม่ต้องรายงานรายได้เพื่อเสียภาษี แต่ว่าอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบก็คือ เราสามารถใช้ประกันชีวิต เป็นแหล่งเก็บเงินเกษียณอายุ แล้วนำเงินออกมาใช้ได้ยาวนานต่อเนื่องแบบไม่ต้องเสียภาษี ที่ดีไปกว่านั้นคือ ถึงแม้จะเรียกว่าเป็นการเก็บเงินเกษียณอายุ แต่เราสามารถนำเงินก้อนนี้ออกมาก่อนอายุ 60 ปี น่าสนใจใช่ไหม ยังไม่หมดค่ะ

ในระหว่างที่ดึงเงินออกมาใช้ยังได้รับความคุ้มครองไปจนถึงอายุ 120 ปี เช่นเคย มั่นใจว่าทุกคนที่อ่านอาจจะแปลกใจ มีด้วยเหรอ? ขี้โม้ป่าวเนี่ย! เป็นเรื่องปกติค่ะ เพราะคนไทยเราชินกับผลิตภัณฑ์ที่เมืองไทยสะส่วนใหญ่ IUL บ้านเรานั้นไม่มี  ที่สำคัญเราเคยได้ยินมาคือ income ปกติเสียภาษี เงินเกษียณอายุก็ต้องเสีย ประกันชีวิตจะพิเศษอะไรอย่างงั้น เป็นไปได้ยังไงว่าเงินจากประกันชีวิตเป็น Tax free income? สงสัยแบบนี้ใช่ไหมคะ? มาดูกันค่ะ เผื่อจะช่วยไขข้อข้องใจของใครหลายคนได้

ถ้าไม่ใช่เงินเสียชีวิต ทำอย่างไรถึงเป็น Tax free income

อย่างที่เคยเกริ่นไว้ตอนต้นค่ะ ว่ามันจะต้องมีเงื่อนไขและเทคนิคนิดหน่อยเพื่อที่จะให้ผ่านการทดสอบทางภาษีของ IRS เพราะไม่ใช่ว่าเงินที่ดึงออกมาจากกรมธรรม์ตอนยังมีชีวิตจะสามารถเป็น Tax free ได้ทุกสถานะการณ์ มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าสถานะการณ์ไหน หรือเทคนิคอะไรที่ประกันชีวิตใช้เพื่อทำ Tax free income

  1. อันดับแรกต้องเริ่มจากการ structure policy หรือการทำกรมธรรม์ให้ถูกต้อง หากไม่ถูกต้องอาจจะมีปัญหาด้านภาษีตามมาภายหลัง เช่น กรณีที่ Insured และ Policy owner  เป็นคนละคนกัน ควรจะมีชื่อ Policy owner เป็น beneficiary ด้วย เป็นต้น
    • Policy ที่ซื้อจะต้องไม่เป็น MEC หรือชื่อเต็มๆ ว่า Modified Endowment Contract กฏข้อนี้เป็นกฏเหล็กมากๆ เนื่องจากเป็นการป้องกันการหาผลประโยชน์จากประกันชีวิตโดยการใส่เงินลงไปมากเพื่อหวังผลตอบแทนที่สูง IUL IRS จึงต้องควบคุมตรงจุดนี้ กำหนด maximum ของเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายอยู่ที่เท่าไหร่ และต้องไม่เกินนั้น เช่น สมมุติว่าเราทำประกันเก็บเงินใน IUL ทุนประกัน $200,000 ณ ตอนนั้นอายุ 33  ได้ rate สุขภาพดี premium ที่ต้องจ่ายต่อปี กำหนดต้องไม่เกิน $6,000 เพื่อหลักเลี่ยง MEC เบี้ยประกันหรือ premium ที่ต้องจ่ายทั้งหมด $24,000 อยากจ่ายเบี้ย 6 ปี ตกปีละ $4,000 ก็อยู่ในวงเงินที่กำหนดคือไม่เกินปีละ $6,000 เป็นต้น จะว่าไปแล้ว IUL ถือเป็นการลงทุนระยะยาวอย่างหนึ่ง ที่ไม่ได้จำกัดเงินที่ contribute เข้าไปใน policy สามารถทำกรมธรรม์เล่มใหญ่แค่ไหนก็ได้ให้สอดคล้องกับรายได้ และกำลังของเรา หากอยากเก็บเงินได้มาก ก็แค่ทำกรมธรรม์ที่มีทุนประกันมากขึ้นเท่านั้นเองค่ะ
    • เงินใน Policy หรือกรมธรรม์สามารถกลายเป็นภาษีหรือ Taxable income ได้อีกทางคือ Policy Lapse หลังจากที่มีการดึงเงินออกมาใช้ ปกติแล้ว IUL จะต้องมีการใส่ rider(อนุสัญญาเสริมเพิ่ม) เข้าไปป้องกันการ over loan จากกรมธรรม์ ซึ่งหลายๆ ครั้งเราสามารถดูได้จากการรัน illustration ได้เลยว่า สักกะยะภาพของโปรดักที่เรากำลังจะซื้อเป็นอย่างไร สามารถกู้เงินออกมาแล้วจำนวนเงินได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร หากมีการดึงเงินออกมามากจนทำให้ policy ขาด หรือ lapse  ในหลายองค์กร agent ไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องนี้ ขาดการระวัง บ่อยครั้งที่ทำข้อผิดพลาดนี้เกิดขึ้นจากความไม่รู้ จะเกิดอะไรขึ้นหากกู้เงินออกมาจากเล่มจนทำให้กรมธรรม์ lapse? เจ้าของกรมธรรม์ต้องจ่ายภาษี capital gain หากเงินในกรมธรรม์มีการเติบโตหละอย่างแรก สองคือ เมื่อท่านในฐานะ insured เสียชีวิตลง คนข้างหลังจะไม่ได้เงินประกันชีวิต ยกตัวอย่างเช่น หากเบี้ยที่คุณใส่เข้าไปในเล่มทั้งหมด $30,000 แล้วเงินเติบโตไปเป็น $90,000 เหรียญ คุณดึงออกมาใช้ $89,000 แล้วทำให้กรมธรรม์ lapse ไม่สามารถคงสภาพประกันชีวิตได้ (การที่เราสามารถใช้เงินที่งอกเงยขึ้น มาเป็น tax free income ได้ จะต้องคงสภาพประกันชีวิตไว้) ดังนั้นคิดง่ายๆ ตามนี้นะคะ $89,000(ที่ดึงออกมาใช้)-$30,000(paid premium) = $59,000 เป็น capital gain ต้องเป็นภาษี capital gain ค่ะ ฉะนั้นเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดี มีประสิทธิภาพ ที่สำคัญเลือกเอเจ้นที่มีความเข้าใจจะช่วยได้มากๆ เลยค่ะ
  2. เจ้าของกรมธรรม์ต้องไม่ยกเลิกกรมธรรม์ เพื่อที่จะเอาเงินก้อนออกมาทีเดียว ไม่อย่างนั้นเงินที่งอกเงยขึ้นมาจะต้องเสียภาษี ยกตัวอย่างเช่น เราจ่ายเบี้ยไปทั้งหมด $30,000 จากนั้นเงินโตขึ้นเป็น $100,000 IUL สามารถ loan ได้ up to 90% ของเงินสะสม แต่เราต้องการทั้งก้อนคือ $100,000 ตัดสินใจยกเลิกกรมธรรม์ $100,000-$30,000 = $70,000 คือเงินที่ต้องเสียภาษี เป็นต้น
  3. ส่วนเทคนิคที่บริษัทประกันใช้เพื่อทำให้เงินที่ถูกดึงออกมาจากกรมธรรม์ ไม่เสียภาษี คือ การ Loan กล่าวคือ หากเราต้องการใช้เงิน บริษัทจะดึงเงินของตน ออกมาให้เราใช้ก่อน เป็นการกู้นั่นเอง ไม่จำเป็นต้องรายงานรายได้ที่เรากู้ยืมมา จริงไหมคะ?  เช่น เรากู้เงิน mortgage ซื้อบ้าน เราก็ไม่ต้องรายงาน IRS ว่าเงินก้อนที่กู้มานั้นเป็น income แต่ว่า loan จากประกันชีวิตของ IUL ไม่ได้ทำให้เราสร้างหนี้นะคะ อย่าเข้าใจผิดคะ ข้อดีของ IUL อีกอย่าง คือเวลากู้ออกมาแล้วไม่จำเป็นต้องจ่ายคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ Indexed loan มีประสิทธิภาพมาก และเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับ loan ทุกชนิด ดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้จะถูกนำไปหักลบกลบหนี้ออกจาก Death benefit หรือทุนประกัน ตอนเราเสียชีวิต อย่ากังวลค่ะ [แนะนำอ่าน: ประเภทของ Loan ใน IUL] ยิ่งไปกว่านั้นเงินที่ดึงออกมาเป็นเงินเกษียณอายุ สามารถทำได้ต่อเนื่องยาวได้นับสิบปี ไม่เชื่อใช่ไหมคะ อย่างนี้ก็ต้องลอง

บางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมฉันต้องกู้ในเมื่อฉันมีเงินไว้ในนั้นอยู่แล้ว จะเอาตัวเองออกมาใช้เท่านั้น คุณสามารถทำได้ค่ะ ไม่ผิดอะไร เพราะก่อนจะเอาเงินออกมาใช้ จะมีให้เราเลือกว่าอยากจะ withdraw เงินต้นหรือเบี้ยที่ใส่เข้าไปหรืออยากกู้ แต่….หากทำการ withdraw ไม่กู้ เราจะเสียเปรียบ เพราะนั่นหมายถึงเงินตั้งต้น หรือ capital ถูกดึงออก และอัตราการโตของ accumulation value จะลดลง ให้ Agent ลองรัน illustration เปรียบเทียบให้ดูเป็นกรณีศึกษาก็ได้ค่ะ

หัวข้อต่อไป เราจะมาดูกันว่าระหว่าง Indexed Universal Life insurance กับ เงินเกษียณอายุแบบอื่นๆ มีความแตกต่างกันอย่างไร อย่าลืมมาติดตามอ่านกันนะคะ

Please follow and like us:

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.